|
การพิจารณา
"บริษัทรับออกแบบบ้าน" และ "บริษัทรับปลูกสร้างบ้าน"
|
| |
|
บริษัทรับออกแบบสร้างบ้านเกิดมาพร้อมกับยุคอสังหาริมทรัพย์เฟื่องฟู อันเป็นยุคสมัยที่หมู่บ้านจัดสรรเกิดขึ้นเป้นดอกเห็ด แต่สำหรับลูกค้าที่ต้องการบ้านในแบบของตนเองหรือต้องการบ้านที่สามารถตอบสนอง การใช้งานเฉพาะบุคคล ได้อย่างเต็มที่ มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร บริษัทออกแบบและปลูกสร้างบ้านจึงเป็นทางเลือกที่สำคัญ
ตลาดของลูกค้ากลุ่มนี้ทำให้บริษัทรับออกแบบและปลูกสร้างบ้านเริ่มเติบโตขึ้นมาเพื่อเติมเต็มความต้องการ ด้วยบริการที่ครบวงจรตั้งแต่ให้คำปรึกษา ออกแบบ้านและสุดท้ายก็ยังก่อสร้างให้จนแล้วเสร็จ ทำให้ได้รับความสะดวก ประหยัดเวลาและค่าใช่จ่ายกว่าระบบเดิมๆ ที่ต้องให้บริษัทสถาปนิกออกแบบ เมื่อออกแบบเสร็จก้ต้องไปยื่นขออนุญาตปลูกสร้าง จากนั้นก็ต้องไปหาผู้รับเหมามาปลูกสร้างบ้านต่อไป
|
| |
|

|
|
ขั้นตอนการให้บริการอย่างครบถ้วนของบริษัทออกแบบและปลูกสร้างบ้านส่วนใหญ่มีมาตรฐาน
คล้ายๆ กัน โดยจะขอสรุปให้เห็นเป้นข้อๆ ดั้งนี้
1. ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับรูแบบบ้านและพื้นที่ใช้สอยดดยไม่คิดค่าบริการ
2. บริษัทมีแบบบ้านมาตรฐานไว้นำเสนอลูกค้า บางบริษัท อาจมีแบบมากมายเป็นร้อยๆ แบบ บางบริษัทก็ยินดีปรับปรุงแก้ไขแบบบ้านให้ตรงใจลูกค้ามากขึ้นได้ เช่น ต้องการ ขยายห้องนอน, เพิ่มห้องน้ำ เป็นต้น ซึ่งทางบรฺษัทอาจขอเพิ่มค่าออกแบบบ้างเล็กน้อย
3. หลังจากตกลงทำสัญญาว่าจ้างกันแล้ว สถาปนิกจะดำเนินการออกแบบบ้านตามลำดับ ตั้งแต่
งานออกแบบร่างขั้นต้นจนถึงงานจัดทำแบบก่อสร้าง โดยในแต่ละขั้นตอนสถาปนิกจะนำเสนอให้ลูกค้าอนุมัติด้วยเสมอ
4. เมื่อแบบก่อสร้างแล้วเสร็จ ทางบริษัทจะยื่นขออนุญาตปลูกสร้างอาคารต่อทางราชการ รวมถึงการขอน้ำ-ไฟ-เลขที่บ้าน และเริ่มก่อสร้างบ้านหลังจากได้รับใบอนุญาตแล้ว โดยตลอดระยะเวลาของการก่อสร้างบ้าน ทางบริษัทจะส่งช่างควบคุมงาน(โฟร์แมน)เข้าประจำหน่วยงาน พร้อมทั้งให้วิศวกรและสถาปนิกเข้าตรวจงานเป็นครั้งคราว หรือตามความจำเป็น
5. เมื่องานก่อสร้างแล้วเสร็จ บริษัทจะทำความสะอาดพื้นที่ทั้งหมดก่อนจะส่งมอบอาคารกับลูกค้า รวมทั้งรับการันตีผลงานตามมาตรฐานบริษัทต่อไป
|
| |
|
นับจากช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอย 3-4 ปีที่ผ่านมา บริษัทรับออกแบบและปลูกสร้างบ้านหลายแห่งต้องปิดตังลงด้วยหลายเหตุผลด้วยกัน และขณะเดียวกันหลายบริษัทก็ได้พลิกผันตนเองไปทำธุระกิจอื่นที่สามารถประคับประคองทีมงานให้ฝ่ากระแสคลื่นลมนี้ไปได้จนมาถึงปัจจุบันดูเหมือนว่าเศรษฐกิจมีแววเติบโตดีขึ้น บริษัทรับออกแบบและปลูกสร้างบ้านใหญ่ๆ ก็กลับมาคึกคักกันอีกครั้ง อีกทั้งบริษัท
เล็กๆ ที่ได้เกิดใหม่ก็พลอยเติบโตและสร้างสีสันให้กับธุรกิจนี้ต่อไป
การกลับมาเข้ามาสู่สังเวียนแข่งอีกครั้งทำให้เกิดความหลากหลายในการนำเสนองานต่อลูค้าจนทำให้ ลูกค้าเองก็อาจเกิดความสับสนและ ยากต่อการเปรียบเทียบเพื่อคัดเลือกบริษัท บางบริษัทก็มีออปชั้นให้ลูกค้าเลือกมากมาย บางแห่งก็ใช้วิธีลดแลกแจกแถมหลายรายการ และในหัวข้อนี้เราจะมา ดูกันว่าลูกค้าควรใช้องค์ประกอบอะไรในการคัดเลือกบริษัทที่เหมาสม
|
| |
|
1. การรับประกันผลงาน บริษัทที่ดีควรรับประกันผลงานภายหลังการส่งมอบบ้านให้กับลูกค้าโดยระยะเวลารับประกันนี้หลายๆบริษัทจะติดต่อสอบถามไปยังลูกค้าเป็นระยะเพื่อเป็นการติดตามผลงานด้วยอย่างไรก็ตามทว่าการรับประกันนี้อาจจะถุกยกเลิกได้ หากลูกค้ามีการต่อเติมบ้านโดยผู้รับเหมารายอื่น อันนี้ควรถือเป็นข้อควรระวัง ดังนั้นหากจะต่อเติมบ้านก้ควรให้บริษัทเดิมเข้ามาดำเนินการจะดีกว่า เพื่อผลในการรับประกัน
2. พื้นเพหรือแบ๊คกราวนค์ของบริษัท บริษัทควรแสดงข้อมุลของบริษัทให้ลูกค้าทราบทั้งในด้านการจดทะเบียนบริษัท ระยะเวลาการก่อตั้งบริษัท ทีมงานสถาปนิกและวิศวกร ผลงานที่ผ่านมา รวมทั้งสามารถพาลูกค้าไปเยี่ยมชมผลงานที่กำลังสร้างอยู่ได้ อันนี้ล้วนเป้นข้อมูลให้ลูกค้าประกอบการตัดสินใจทั้งสิ้น
3. ทางเลือกหรืออปชั้นต่างๆ ด้วยการบริการองบริษัทออกแบบและปลูกสร้างบ้านเป็นการบริการแบบเบ็ดเสร้จ หรืออาจเรียกว่า one stop service นั้นเป็นการรวมขั้นตอนการดำเนินและ บริการต่างๆ อย่างครบครัน จุดนี้เองก็เป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้ลูกค้าต้องการเข้ามามีส่วนร่วมด้วย ดังนั้นจึงควรชี้แจงและตกลงกันตั้งแต่เริ่มแรก เช่น
- ลูกค้าต้องการเลือกซื้อวัสดุหรือ finishing เองเช่น กระเบื่องปูพื้น-ปูผนัง, สุขภัณฑ์ เป็นต้น
- ลูกค้าต้องการช่างก่อสร้างซึ่งเป้นทีมงานของบริษัทอย่างอย่างแท้จริง โดยไม่ใช้ผู้รับเหมาช่วงอื่นๆ (sub-contractor) เพื่อความเชื่อมั่นในด้านคุณภาพงานก่อสร้างอย่างแท้จริง
- ลูกค้าอาจต้องการใช้วิศวกรหรือสถาปนิกที่ปรึษา (consultant) มาร่วมดำเนินการและตรวจงานก่อสร้างได้
- ลูกค้าอาจต้องการใช้มัณฑนากรที่เลือกเองเข้ามามีส่วนร่วมในขั้นตอนการออกแบบด้วย
- การตกลงเรื่องการแบ่งงวดการชำระเงิน ตั้งแต่การออกแบบจนถึงงวดเงินระหว่างการก่อสร้างให้ตรงกันฝ่ายลูกค้าและบริษัท โดยในเบื้องต้นอาจแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์จากราคาทั้งหมด
- ลูกค้าอาจขอแยกสัญญาการว่าจ้างออกแบบ ออกจากสัญญาการสร้างบ้านได้ เช่น สัญญาการออกแบบบ้านอาจคิดเป็นค่าบริการ 3-10 เปอร์เซ็นจากราคาบ้าน และหากเซ็นสัญญาการสร้างบ้านต่อเนื่องแล้วก็อาจใช้ราคาค่าออกแบบบ้านมาเป็นส่วนลดภายหลังได้ เป็นต้น
|
| |
|
จะเห็นได้ว่าการจะได้บ้านที่ถูกใจสักหลังนั้นไม่เพียงแต่การออกแบบบ้านที่สวยงามถุกใจท่านเท่านั้น แต่ยังมีรายละเอียดอื่นๆ ที่ต้องพูดคุยตกลงกันระหว่างลูค้ากับบริษัทผู้ให้บริการอีกหลายประการ เพื่อที่เป็นการพิจาณาคัดเลือกบริษัทที่ท่านถูกใจ มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน อันจะนำไปสู่ผลงานที่ได้รับความพึงพอใจจากในที่สุด
|
| |
|
อ้างอิง: "คู่มือปลูกบ้าน" : ศักดา ประสานไทย
|
|

|